shutterstock_109483814
หากคุณเป็นมือใหม่ในการทำขนม … ทราบหรือไม่ว่า สำหรับเบเกอรี่แล้ว แม้จะใช้แป้งสาลีเป็นวัตถุดิบโดยส่วนใหญ่ แต่แป้งสาลีนั้นมีหลายประเภท และจะเหมาะกับเบเกอรี่แต่ละชนิดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งชนิดของแป้งนี้แหละ คือ เคล็ดลับในการทำเบเกอรี่ชั้นดี

โดยสามารถแบ่งแป้งสาลี ตามลักษณะการใช้งานได้ 3 ลักษณะ ดังนี้ …

  1. แป้งขนมปัง

เป็นแป้งสาลีที่มีปริมาณโปรตีนในแป้งสูง สีขาวนวลเข้ม เมื่อสัมผัสจะรู้สึกหยาบ ตัวแป้งจะสามารถดูดน้ำได้มาก ทำให้มีความยืดหยุ่นและเหนียวเหมาะสำหรับทำขนมปังต่างๆ บางครั้งอาจจะใช้ผสมทำเค้กบางชนิดที่ต้องการความแน่น เช่น เค้กผลไม้ หรือเค้กกล้วยหอม ทั้งนี้ การใช้แป้งขนมปังทำเบเกอรี่ส่วนใหญ่จะต้องใช้ยีสต์หรือแป้งเชื้อเป็นตัวทำให้ขึ้นฟู

  1. แป้งเค้ก

เป็นแป้งที่มีปริมาณโปรตีนต่ำที่สุด อ่อนนุ่ม เนียนละเอียด เมื่อนำมาผสมน้ำจะดูดซึมน้ำได้น้อย และได้ก้อนแป้งเหนียวที่เหมาะสำหรับทำเค้ก เพราะเนื้อขนมที่ได้จะมีลักษณะนุ่ม โปร่ง และเบา โดยในต่างประเทศจะทำเค้กให้ขึ้นฟู โดยใช้ “ไข่ขาว” เป็นตัวช่วยในการขึ้นฟู ส่วนเมืองไทยนิยมใช้เบกกิ้งโซดาหรือผงฟู เพราะคนไทยนิยมทานเค้กที่เนื้อนุ่มและฟูกว่า

  1. แป้งอเนกประสงค์

เป็นแป้งที่เกิดจากการผสมข้าวสาลีชนิดโปรตีนสูงกับชนิดโปรตีนต่ำเข้าด้วยกัน ทำให้ได้แป้งที่มีโปรตีนในปริมาณปานกลาง  ตัวแป้งจะหยาบแต่ไม่เท่าแป้งขนมปัง เหมาะสำหรับทำคุกกี้ บราวนี่ บะหมี่ กะหรี่ปั๊บ แพนเค้ก พายกรอบเค็ม หรือจะนำมาผสมในอาหารคาวเป็นพวกแป้งชุบทอด จึงไม่เหมาะที่จะทำขนมปังและเค้ก

เคล็ดลับในการทำคุกกี้ : สามารถใช้ได้ทั้งแป้งขนมปัง แป้งเค้ก แป้งสาลีอเนกประสงค์ แต่เนื้อของคุกกี้ที่ได้จะแตกต่างกัน หากใช้แป้งขนมปัง เนื้อคุกกี้จะแน่นและแข็ง ถ้าใช้แป้งเค้ก เนื้อคุกกี้จะฟูและเบา และถ้าใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ เนื้อคุกกี้ที่ได้จะกรอบนอกนุ่มใน